
ต้นปี 2569 มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center และ Cloud Services เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ข้อมูลความพร้อมด้าน AI ขององค์กรไทยจากการสำรวจปี 2567 พบว่าสัดส่วนการนำ AI มาใช้งานจริงยังไม่สูง และองค์กรที่เริ่มใช้แล้วมีความพร้อมเฉลี่ยอยู่ในระดับตระหนักรู้ ข้อมูลสองชุดนี้มาจากคนละช่วงเวลาและไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบอัตราการเติบโตโดยตรง แต่เมื่อนำมาอ่านร่วมกันกลับสะท้อนช่องว่างสำคัญข้อหนึ่ง นั่นคือแรงส่งด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI กับความสามารถขององค์กรไทยในการใช้ AI สร้างมูลค่า ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไปคนละจังหวะ
คำถามที่ตามมาคือ ช่องว่างนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า AI Demand จะกลายเป็นโอกาสของธุรกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด
สัญญาณการลงทุน AI Infrastructure กับความพร้อมขององค์กร
ในไตรมาสแรกของปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,016,962 ล้านบาท จาก 624 โครงการ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าประมาณ 2.4 เท่า อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าคำขอสูงที่สุดที่ 873,741 ล้านบาท จาก 48 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจการ Data Center และ Cloud Services นักลงทุนหลักมาจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น อังกฤษ และมาเลเซีย
ตัวเลขนี้ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ไม่ใช่เงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้ว การยื่นคำขอเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการ กว่าจะกลายเป็นการก่อสร้างและดำเนินงานจริงยังต้องผ่านการอนุมัติและระยะเวลาพัฒนาโครงการอีกหลายขั้นตอน สิ่งที่ตัวเลขนี้ยืนยันได้คือทิศทางของคำขอและความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อไทยในฐานะฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ไม่ใช่หลักฐานว่าเม็ดเงินได้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง ผลการศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI สำหรับบริการดิจิทัล ปี 2567 ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 580 หน่วยงานในช่วงกลางปี 2567 พบว่า สัดส่วนองค์กรที่นำ AI มาใช้งานแล้วอยู่ที่ 17.8% เพิ่มขึ้นจาก 15.2% ในปีก่อนหน้า ขณะที่อีก 73.3% มีแผนนำ AI มาใช้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กลุ่มองค์กรที่นำ AI มาใช้แล้วมีคะแนนความพร้อมเฉลี่ย 55.1% ซึ่งอยู่ในระดับ “ตระหนักรู้” สะท้อนว่าแม้องค์กรเริ่มเห็นความสำคัญและนำ AI มาประยุกต์ใช้มากขึ้น แต่ในภาพรวมยังไม่ถึงระดับที่มีความเข้มแข็งในการใช้งาน หรือสามารถผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานหลักได้อย่างเต็มที่
ข้อมูลทั้งสองชุดเก็บคนละช่วงเวลาและไม่ควรถูกนำมาคำนวณเป็นอัตราเปรียบเทียบกันโดยตรง แต่เมื่ออ่านร่วมกันในฐานะภาพรวมของทิศทาง จะเห็นสัญญาณเดียวกันจากสองมุม คือแรงส่งด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกำลังขยายตัวชัดเจน ขณะที่ความสามารถในการใช้งาน AI เชิงลึกขององค์กรไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คำถามที่ตามมาคือโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังขยายตัวนี้จะแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ธุรกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด และธุรกิจใดจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบก่อน คำตอบเริ่มต้นจากการเข้าใจว่า AI Demand ที่แท้จริงนั้นกว้างกว่าการนับจำนวนผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ AI มาก
ความต้องการ AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่ซอฟต์แวร์
เมื่อพูดถึง AI คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ใช้งานโดยตรง แต่การที่องค์กรหนึ่งตัดสินใจใช้ AI สักหนึ่ง Use Case ไม่ได้จบอยู่แค่การซื้อซอฟต์แวร์ การฝึกโมเดลและการให้บริการ AI ในรูปแบบ Cloud ต้องอาศัยกำลังประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากจาก Server ภายใน Data Center ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ต้องมีระบบระบายความร้อนและน้ำหล่อเย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิของอุปกรณ์ ต้องมีเครือข่ายที่เสถียรเพื่อส่งข้อมูล และต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อปกป้องข้อมูลที่ไหลผ่านระบบ เมื่อการใช้งาน AI ในรูปแบบ Cloud ขยายตัว ความต้องการทรัพยากรเหล่านี้จึงขยายตามไปด้วย ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมบุคลากรที่ต้องมีทักษะเพียงพอในการดูแลและใช้งานระบบให้เกิดประโยชน์จริง
ในบริบทของบทความนี้ AI Demand หมายถึงความต้องการทรัพยากรและความสามารถที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาและใช้งาน AI ขณะที่ AI Adoption สะท้อนระดับการนำ AI ไปใช้ในองค์กร สัญญาณของทั้งสองด้านอาจไม่ได้เคลื่อนไปพร้อมกัน เพราะโครงการโครงสร้างพื้นฐานสามารถเดินหน้าตามแผนการลงทุนได้ ขณะที่การใช้ AI เชิงลึกขององค์กรต้องอาศัยทั้งข้อมูล บุคลากร และการปรับกระบวนการทำงานเพื่อให้เห็นภาพว่า AI Demand ส่งผ่านไปสู่มูลค่าทางธุรกิจอย่างไร บทความนี้แบ่งเส้นทางออกเป็น 5 ขั้น ดังนี้
ขั้นของเส้นทาง | บทบาท |
AI Application & Use Case | จุดเริ่มต้นของความต้องการใช้งาน |
Computing Infrastructure | รองรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล |
Physical Infrastructure | รองรับ Data Center และระบบประมวลผล |
Organizational Capability | ทำให้องค์กรนำ AI ไปใช้ในกระบวนการจริง |
Business Outcome | ผลลัพธ์ที่ต้องวัด เช่น Productivity รายได้ ต้นทุน หรือความเสี่ยง |
เส้นทางนี้เป็นกรอบที่บทความสร้างขึ้นเพื่ออธิบายทิศทางความต้องการ ไม่ใช่การจัดประเภทมาตรฐานที่มีแหล่งอ้างอิงรองรับโดยตรง แต่ช่วยให้เห็นว่าเวลาสื่อรายงานตัวเลขเกี่ยวกับ AI มักพูดถึงเพียงปลายทางสองด้าน คือจำนวนผู้ใช้งานที่ต้นทาง กับมูลค่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานตรงกลาง ขณะที่ Organizational Capability ซึ่งอยู่ก่อนถึง Business Outcome กลับเป็นขั้นที่ตัดสินจริงว่า Demand จากการใช้งานจะแปลงเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้หรือไม่ นี่คือเหตุผลที่มูลค่าคำขอลงทุน Data Center ที่เพิ่มขึ้นในไทยไม่ได้แปลว่าธุรกิจไทยจะได้รับมูลค่าจาก AI มากขึ้นโดยอัตโนมัติ ต้องดูว่าขั้น Organizational Capability ถูกเติมเต็มอย่างไรด้วย
Data Center กำลังส่ง Demand ไปสู่อุตสาหกรรมใด
การเพิ่มขึ้นของกำลังประมวลผลไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง เพราะ Data Center ไม่สามารถตั้งขึ้นได้เพียงอาศัยอาคารและเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น โครงการเหล่านี้ยังดึงความต้องการด้านไฟฟ้า น้ำ ระบบระบายความร้อน เครือข่าย และบริการรักษาความปลอดภัยตามมาเป็นทอด ๆ ข้อมูลจากบีโอไอสะท้อนภาพนี้ชัดเจน นอกจากอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ครองมูลค่าคำขอสูงสุดแล้ว อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีมูลค่าคำขอถึง 40,456 ล้านบาทจาก 80 โครงการ โดยเน้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรพิมพ์ และอุปกรณ์สำคัญของ Data Center อย่าง HDD, Optical Transceiver และ AI Data Center Server ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทยอยู่แล้วกำลังขยายกำลังผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการนี้โดยเฉพาะ
ด้านพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ Data Center ต้องการคือไฟฟ้าที่มีคุณภาพและเสถียร มีปริมาณเพียงพอรองรับการเติบโตระยะยาว และมาจากแหล่งพลังงานสะอาด กฟผ. ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่นำร่อง 3 แห่งในภาคตะวันออก ทำให้รองรับไฟฟ้าเพิ่มได้อีก 550 เมกะวัตต์ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตของ Data Center ในพื้นที่ดังกล่าว ควบคู่กับแผนขยายระบบส่งไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคต สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานด้านพลังงานเริ่มปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Demand กลุ่มนี้อย่างจริงจัง แม้จะยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนทั้งหมด ไม่ใช่การอัปเกรดที่ทำเพื่อ Data Center โดยเฉพาะทั้งระบบ
เมื่อมองภาพรวมของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI Demand จะแบ่งได้เป็นสี่กลุ่มตามลักษณะของแรงหนุนหรือแรงกดดันที่แต่ละกลุ่มเผชิญ
กลุ่มผลกระทบ | ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง | ลักษณะของ Demand |
ผู้รับ Demand โดยตรง | Data Center, Cloud, อิเล็กทรอนิกส์และเซิร์ฟเวอร์ | มีแนวโน้มได้รับอุปสงค์โดยตรงจากการขยายกำลังประมวลผลและโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง |
ผู้รับ Demand ต่อเนื่อง | พลังงาน สาธารณูปโภค ก่อสร้างและวิศวกรรมเฉพาะทาง | ได้รับความต้องการตามมาจากการที่ Data Center ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ |
ธุรกิจที่ได้โอกาสจากการใช้ AI | บริการดิจิทัล Cybersecurity, System Integration, AI Consulting | ความต้องการ Integrate ระบบและควบคุมความเสี่ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการใช้งาน AI ที่ขยายตัว |
ธุรกิจที่อาจเผชิญแรงกดดันด้านมาตรฐานใหม่ | ธุรกิจทั่วไปที่แข่งขันด้วยความเร็วและข้อมูล รวมถึงซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่ B2B | อาจเผชิญความคาดหวังด้านความเร็วในการให้บริการและมาตรฐานข้อมูลที่สูงขึ้น หากคู่ค้าเริ่มใช้ AI ในการบริหารจัดการมากขึ้น |
กลุ่มที่สี่เป็นกลุ่มที่มักถูกมองข้าม เพราะไม่ได้อยู่ในสายเทคโนโลยีโดยตรง แต่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบผ่านกลไกทางอ้อม เมื่อธุรกิจจำนวนหนึ่งเริ่มใช้ AI เพื่อวิเคราะห์และตอบสนองลูกค้าได้เร็วขึ้น ความคาดหวังของตลาดโดยรวมก็อาจขยับตามไปด้วย ลูกค้าบางกลุ่มอาจเริ่มคุ้นเคยกับบริการที่ตอบสนองเร็วและเฉพาะบุคคลมากขึ้น ธุรกิจที่ยังไม่ปรับตัวจึงมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันด้านความเร็วในการให้บริการเพิ่มขึ้น แม้ตัวเองจะยังไม่ได้ลงทุนใน AI โดยตรงก็ตาม ในทำนองเดียวกัน ซัพพลายเออร์บางกลุ่มอาจเผชิญความคาดหวังด้านคุณภาพข้อมูล การเชื่อมต่อระบบ และการตรวจสอบย้อนกลับเพิ่มขึ้น หากผู้ซื้อรายใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานเริ่มใช้ระบบดิจิทัลและ AI ในการบริหารห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น
มูลค่าคำขอลงทุนที่สูง ไม่ได้แปลว่าทุกธุรกิจจะได้รับประโยชน์
ภาพที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ามูลค่าคำขอลงทุนสะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทย แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ มูลค่าที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะกระจายไปถึงธุรกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด
เมื่อนำข้อมูลสามชุดมาอ่านร่วมกัน แม้จะเก็บข้อมูลคนละช่วงเวลาและไม่สามารถนำมาเทียบอัตราการเติบโตกันโดยตรง แต่ก็ช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น มูลค่าคำขอลงทุนในกิจการ Data Center และ Cloud เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรกของปี 2569 ขณะที่ผลสำรวจของ ETDA และสวทช. ในปีก่อนหน้าพบว่าองค์กรไทยที่ใช้ AI แล้วมีเพียง 17.8% และกลุ่มที่ใช้แล้วส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับตระหนักรู้ ไม่ใช่ระดับใช้งานเชิงลึก ในอีกด้านหนึ่ง รายงาน Thailand Digital Data Infrastructure Roadmap ของธนาคารโลกระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ AI ของไทยพัฒนาไปได้ดี แต่ความลึกของการใช้งานยังจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านทักษะ ธรรมาภิบาลข้อมูล และความสามารถในการใช้ Analytics ขั้นสูง
ข้อมูลทั้งสามชุดสะท้อนแรงส่งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เด่นชัดขึ้น ขณะที่ความสามารถในการใช้ AI เชิงลึกขององค์กรยังมีข้อจำกัด ความต่างของจังหวะนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในช่วงเริ่มต้นของเทคโนโลยีใหม่ แต่มีแนวโน้มเป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นผู้ได้รับมูลค่าก่อน โดยทั่วไปแล้ว ในเชิงโครงสร้าง ผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหรือดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานมีโอกาสรับ Demand โดยตรงก่อน ส่วนมูลค่าที่จะส่งต่อไปยังธุรกิจผู้ใช้งานในประเทศยังขึ้นอยู่กับความพร้อมในการนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ แม้ในกรณีของไทยยังไม่มีข้อมูลเฉพาะที่ยืนยันสัดส่วนมูลค่าที่ตกถึงแต่ละฝ่าย ส่วนมูลค่าที่จะกระจายไปถึงธุรกิจในประเทศที่นำ AI ไปใช้งานต่อยอด ต้องอาศัยเงื่อนไขเพิ่มเติมหลายข้อ
เงื่อนไขแรกคือความพร้อมของซัพพลายเออร์ในประเทศ โดยซัพพลายเออร์บางกลุ่มอาจต้องยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน คุณภาพข้อมูล การเชื่อมต่อระบบ หรือการตรวจสอบย้อนกลับให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของผู้ซื้อและลักษณะงานที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม มาตรฐานที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามประเภทสินค้า บริการ และตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทาน เงื่อนไขที่สองคือบุคลากรและทักษะ ซึ่งรายงานของธนาคารโลกชี้ว่ายังเป็นข้อจำกัดสำคัญโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก เงื่อนไขที่สามคือความพร้อมของข้อมูลภายในองค์กรเองที่จะนำไปใช้ฝึกหรือประกอบการตัดสินใจร่วมกับ AI และเงื่อนไขสุดท้ายคือความสามารถในการหา Use Case ที่ตอบโจทย์ธุรกิจจริงและวัดผลตอบแทนได้ ไม่ใช่การนำ AI มาใช้เพียงเพราะเป็นกระแส
ยังไม่มีข้อมูลผลประกอบการหรือสัดส่วนมูลค่าที่ธุรกิจไทยได้รับจริงจากคลื่นการลงทุนนี้ในขณะนี้ สิ่งที่ยืนยันได้คือทิศทางของคำขอลงทุนและช่องว่างด้านความพร้อม ส่วนคำตอบว่าช่องว่างนี้จะถูกปิดได้เร็วแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจแต่ละรายจะเตรียมความพร้อมของตัวเองอย่างไรในช่วงเวลานี้
ธุรกิจไทยควรอ่านสัญญาณ AI Demand จากจุดใด
ธุรกิจไม่จำเป็นต้องลงทุนใน AI ทุกด้านเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่จำเป็นต้องรู้ว่า Demand กำลังเกิดขึ้นตรงจุดใดในธุรกิจของตัวเอง คำถามที่ควรใช้ประเมินมีสี่ข้อ
Demand กำลังเกิดตรงไหนใน Value Chain ของอุตสาหกรรมที่ธุรกิจดำเนินอยู่ เพราะจากภาพรวมที่ผ่านมา Demand ไม่ได้กระจายเท่ากันทุกจุด บางอุตสาหกรรมได้รับแรงหนุนโดยตรง บางอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านความคาดหวังของตลาด
ธุรกิจอยู่ในฐานะผู้ใช้ ผู้ส่งมอบ หรือผู้ได้รับแรงกดดัน เป็นผู้ใช้งาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเอง เป็นผู้ส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว หรือเป็นฝ่ายที่ถูกคาดหวังให้ปรับมาตรฐานตามคู่ค้าที่เปลี่ยนไปก่อน แต่ละฐานะนำไปสู่การตัดสินใจที่ต่างกัน
ข้อมูล บุคลากร และ Workflow พร้อมเพียงใด เพราะดังที่ข้อมูลจากธนาคารโลกและ ETDA ชี้ให้เห็น การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีไม่ได้แปลว่าองค์กรพร้อมใช้งานทันที
การลงทุนมุ่งสร้างมูลค่าใหม่หรือลดความเสี่ยงจากการตกขบวน เพราะทั้งสองเป้าหมายนำไปสู่งบประมาณและการวัดผลที่ต่างกัน เป้าหมายที่วางไว้ควรถูกแปลงเป็นตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้ เช่น เวลาทำงานที่ลดลง ต้นทุนต่อกระบวนการ อัตราความผิดพลาด รายได้ใหม่ หรือความเสี่ยงที่ลดลง
เมื่อมองภาพรวมของ AI Demand ในประเทศไทยขณะนี้ สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นพร้อมกัน 3 ด้าน คือ ด้านแรกคือทิศทางคำขอลงทุนสะท้อนความสนใจต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างชัดเจน ด้านที่สองคือความต้องการระหว่างอุตสาหกรรมที่ไม่ได้จำกัดอยู่ในสายเทคโนโลยี แต่ส่งผ่านไปถึงพลังงาน ก่อสร้าง และบริการวิชาชีพ และด้านที่สามคือมาตรฐานการแข่งขันของธุรกิจทั่วไปที่มีแนวโน้มขยับตามความคาดหวังของตลาดที่เปลี่ยนไป สัญญาณการลงทุนที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภาพทั้งหมดนี้ ส่วนคำตอบว่าไทยจะได้รับมูลค่าจาก AI มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจในประเทศจะปิดช่องว่างด้านความพร้อมได้เร็วเพียงใดในช่วงเวลาที่โครงสร้างพื้นฐานกำลังขยายตัวอยู่นี้
อ้างอิง:
Thailand Board of Investment, "Thailand Draws Over 1 Trillion Baht in Q1 Investment, Led by Digital and AI" (PR No. 62/2569, 29 April 2026)
ETDA ร่วมกับ สวทช., "ผลการศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI สำหรับบริการดิจิทัล ปี 2567 (AI Readiness Measurement 2024)"
EGAT, "EGAT highlights clean, stable, and sufficient power..." (16 June 2026)
World Bank, "Thailand Digital Data Infrastructure Roadmap" (December 2025)
บทความที่เกียวข้อง

BOL Products โซลูชันข้อมูลธุรกิจเพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

AI Talent ที่องค์กรต้องการ ผ่านมุมมองเวที Super AI Engineer

ธุรกิจคือโอกาส ข้อมูลธุรกิจเชิงลึกช่วยให้เดินหน้าอย่างมั่นใจ

แพลตฟอร์มธุรกิจที่ดี ต่างจากฐานข้อมูลทั่วไปอย่างไร

SMEs ไม่ต้องง้อที่ปรึกษาแพง ถ้ารู้จักใช้ข้อมูลธุรกิจให้เป็น

คำสั่ง DBD 2/2569 บริษัทที่มีผู้ถือต่างชาติต้องเตรียมอะไร